สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกในปี 2021

นับตั้งแต่ปลายปี 2562 จนถึงวันนี้ก็จะครบ 1 ปี พอดี สำหรับการเกิดโรคไวรัสโควิด-19 จุดเริ่มต้นก็มาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน อย่างที่เราทราบกันดี ในช่วงเริ่มแรกได้มีการแพร่ระบาดกันอย่างรุนแรง ทำให้แต่ละประเทศสูญเสียประชากรในประเทศกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่โชคดีของประเทศไทย ที่มีการแพร่ระบาดน้อยที่สุด และผู้คนก็ให้ความร่วมมือในการดูแลป้องกันตัวเองที่เสี่ยงจะติดเชื้อ หรือแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ โควิด-19 แม้จะดูซาลงไปบ้าง และผู้คนก็เริ่มตื่นเต้นกันน้อยลง กลับมาใช้ชีวิตปกติ ความหวาดระแวงและวิตกกังวลที่เคยมีในช่วงแรกกลับกลายเป็นดูเฉย ๆ แต่ถึงอย่างไรในบางประเทศก็ยังประสบกับปัญหามีผู้ติดเชื้อหลงเหลืออยู่ และยังมีการเฝ้าระวังในความเสี่ยงที่จะแพร่ระบาดกันอีกระลอก สำหรับในปี 2021 ที่ใกล้จะมาถึงนี้ เรามาดูการวิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์โควิด-19 กันว่า จะมีแนวโน้มที่จะมีหนทางป้องกัน รักษา และในเรื่องของวัคซีน มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ที่จะหยุดการแพร่เชื้อและป้องกันได้กี่ %

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19-ทั่วโลก

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก

ประเทศที่มาแรงที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นประเทศสหรัฐอเมริกาที่มียอดผู้ติดเชื้อรวมนับตั้งแต่ Covid-19 แพร่ระบาด จำนวน 7 ล้านกว่าคน และยังมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีสถิติยอดผู้ติดเชื้อ -0 รองลงมาก็คือประเทศอินเดีย มียอดผู้ติดเชื้อทั้งหมด 6 ล้านกว่าคน ที่ตอนแรกยังไม่นำโด่ง แต่เพิ่งเริ่มแพร่ระบาดขึ้นอย่างรวดวเร็วในภายใน ส่วนลำดับที่ 3 คือประเทศบราซิล มียอดผู้ติดเชื้อรวมทั้งสิ้นในปัจจุบัน 4 ล้านกว่าคน

สำหรับโซนเอเชียของเรา อันดับหนึ่งก็คือประเทศอินเดีย ส่วนลำดับสองและสามคือ ประเทศอิหร่านและอิรัก ส่วนประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 147 ของโลก ซึ่งดูจะน่ากังวลน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านและถือว่าเป็นความโชคดีของคนไทยแล้ว แต่ก็ได้รับผลกระทบเรื่องเศรษฐกิจ คนตกงาน การเลิกจ้างกะทันหัน หลายธุรกิจหยุดชะงัก เข้ามาเป็นปัญหาใหญ่หลวงนี้แทน

วัคซีน-Covid-19

วัคซีน Covid-19

ความคืบหน้าของวัคซีนป้องกันและหยุดการแพร่เชื้อของ Covid-19 ในต่างประเทศอย่าง สหรัฐอเมริกาและจีน ก็ยังอยู่ในช่วงทดลองกับอาสาสมัครกับวัคซีนที่ได้รับการวิจัยล่าสุดว่ามีผลการป้องกันรักษา มีประสิทธิภาพถึง 90% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีการวิจัยพัฒนาให้ตัวยามีการต้านทานที่แกร่งขึ้นสำหรับเชื้อโคโรน่าที่พัฒนาสายพันธุ์ที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม โดยผลการทดลองจะออกมาแน่ชัดจริง ๆ น่าจะต้นปี 2021 ประเทศไทยเองก็มีการติดต่อขอซื้อวัคซีนตัวนี้อยู่เหมือนกัน แต่ได้ข่าวคร่าว ๆ ว่าก็ต้องจัดตามคิวการสั่งซื้อ ที่มีคิวยาวเหยียดถึงต้นปีหน้า เพราะทางสหรัฐอเมริกาก็ตั้งเป้าที่จะผลิตให้ได้ 50 ล้านโดส เพื่อให้เพียงพอต่อประชากรโลกผู้ติดเชื้อ

แม้ข้อมูลและสถานการณ์ความเป็นไปจะยังสรุปได้ไม่แน่ชัดก็ตาม สำหรับโรคโควิด-19 ที่เป็นเหมือนอาวุธนิวเคลียร์พร้อมระเบิดคนทั้งโลกได้ตลอดเวลาก็ตาม แต่องค์กรอนามัยโลก และวงการแพทย์ในทุกประเทศก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังค้นคว้าวิจัยและพัฒนาสูตรยาวัคซีนเพื่อที่จะหาทางรักษาและป้องกันโรคไวรัสชนิดนี้ พร้อมรับมือกับการกลายพันธุ์ทุกเมื่อในปี 2564 นี้

Read More
จากรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลก สู่ปัจจุบันที่เริ่มเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น

พอเอ่ยคำว่า รถยนต์ไฟฟ้า หลายคนคงจะพอคุ้นหูกันบ้าง หรือเคยอ่านตามกระทู้ข่าวสารของต่างประเทศ และรู้ว่าเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า โดยไม่ต้องไปเสียเงินเติมน้ำมันเชื้อเพลิง ที่บางประเภทของน้ำมันชนิดนี้ราคาสูงมาก แถมยังมีการอัพเกรดแบบพรีเมี่ยมบ้าง ยิ่งเพิ่มมูลค่าทำให้เราต้องจ่ายเงินแพงขึ้นไปอีก หากต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพดี แต่พวกคุณรู้กันหรือไม่ว่า จริง ๆ แล้วรถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่เทคโนโลยีที่เพิ่งคิดค้นมาใหม่ แต่เป็นสิ่งประดิษฐ์เมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว วันนี้จึงจะมาพูดถึงประวัติที่มาที่ไปของเรื่องนี้กัน

จากรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของโลก-สู่ปัจจุบันที่เริ่มเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น

สิ่งประดิษฐ์จากอดีต สู่รถยนต์ที่ช่วยลดมลภาวะ

โดยเริ่มแรก Anyos Jedlik นักประดิษฐ์ชาวฮังกาเรีย ได้ริเริ่มคิดค้นการประดิษฐ์รถที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อปี ค.ศ. 1828 แต่ยังเป็นการทดสอบด้วยรถที่เป็นสามล้ออยู่ เมื่อประสบผลสำเร็จในผลงานชิ้นแรกแล้ว ต่อมาก็มีการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 4 ล้อ ขึ้นมาครั้งแรกในกรุงลอนดอน โดย Thomas Parker ซึ่งทำงานเป็นวิศวกรไฟฟ้า ได้พัฒนาต่อยอดให้ใช้พลังงานเดินเครื่องยนต์จากการชาร์จแบตเตอรี่ หลังจากนั้นลูกชายทั้งสองของเขาก็สานต่อโดยใช้เทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้า และออกแบบให้สามารถเก็บพลังงานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้นอีก

ต่อมาในปี ค.ศ. 1899 รถยนต์ไฟฟ้าได้ถูกพัฒนาไปอีกขั้น โดยมีกำลังเคลื่อนที่สูงสุดที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงคันแรกของโลก ในประเทศฝรั่งเศส แต่ก็ยังไม่เป็นรูปร่างเหมือนรถยนต์ปัจจุบันมากนัก เพราะมีรูปร่างคล้ายทุ่นระเบิดหรือตอปิดอ และยังพบข้อเสียอยู่คือ ยังไม่สามารถเก็บพลังงานได้มากพอที่จะใช้เดินทางระยะไกล

จนมาถึงปี ค.ศ. 2014 Elon Musk ก็ได้คิดค้นมอเตอร์กับแบตเตอรี่ที่สามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% แต่ก็ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กอยู่ และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และรวมไปถึงการพัฒนาระบบ Hybrid ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทำงานร่วมกันอย่างปัจจุบัน

กระแสของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในต่างประเทศและในไทยปัจจุบัน

กระแสของรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในต่างประเทศและในไทยปัจจุบัน

ในยุโรปมีการสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายเพื่อลดมลภาวะจากท่อไอเสียของรถยนต์ อีกทั้งปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รัฐบาลจึงมีนโยบายสนับสนุนให้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และส่งเสริมให้พลเมืองหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น ในต่างประเทศมีกระแสการรักษ์โลกกันอย่างเข้มแข็งด้วย และยังตั้งเป้าหมายในปี พ.ศ. 2568 ด้วยว่า รถยนต์ทุกคันจะต้องเป็นรถยนต์ใช้กำลังไฟฟ้าทั้งหมด

ส่วนในประเทศไทยของเราเองปัจจุบันได้มีการเปิดตัวสู่ตลาดรถยนต์แล้วถึง 20 รุ่น ไม่ว่าจะเป็นแบบยานยนต์ไฟฟ้าแบบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และคาดว่าจะมีการผลิตและพัฒนาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องและในปีต่อ ๆ ไปด้วย

แม้ว่าเราอาจจะเห็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกันปกติ ยังมีมากมายบนท้องถนนก็ตาม แต่ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ก็ยังมีผู้ซื้อและให้ความสนใจกันเพิ่มมากขึ้น นั่นคงเป็นเพราะว่าผู้คนเริ่มคำนึงถึงภาวะเรือนกระจก และการลดมลพิษในอากาศ ซึ่งทางบริษัทที่ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ก็มีเป้าหมายพัฒนาให้รถยนต์พลังไฟฟ้า มีการเก็บพลังงานให้นานขึ้น วิ่งได้ในระยะไกลอย่างปลอดภัย ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะเห็นยานยนต์ไฟฟ้าวิ่งบนท้องถนนกันมากขึ้น และเห็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเริ่มมีคนใช้น้อยลงก็ได้

 

 

Read More
1 ประเทศ 2 ระบบ กับความไม่สงบในฮ่องกง

ใครที่ได้ติดตามข่าวต่างประเทศเมื่อประมาณปี 2562 คงจะพอทราบความวุ่นวายในประเทศฮ่องกง ที่เกิดการประท้วงใหญ่ขึ้นของประชาชนภายในประเทศ จนเป็นข่าวดัง และยืดเยื้อจนเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน ในครั้งนั้นเหล่าผู้ชุมนุมได้ไปรวมตัวกันที่ท่าอากาศยานฮ่องกง จนได้รับผลกระทบคือต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินจนเกือบทั้งหมดทุกเที่ยวบิน และพลอยทำให้เกิดเหตุการณ์มีนักท่องเที่ยวติดอยู่ในสนามบินเป็นจำนวนมาก รวมถึงคนไทยที่เดินทางไปที่ฮ่องกงด้วย เรามาเท้าความกันอีกครั้ง ว่าต้นเหตุของความไม่สงบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมสถานการณ์ถึงได้บานปลายกันขนาดนี้

1-ประเทศ-2-ระบบ-กับความไม่สงบในฮ่องกง

สาเหตุมาจากคดีฆาตกรรม

สืบเนื่องมาจากได้มีคู่รักชาวฮ่องกงคู่หนึ่ง ที่เพิ่งคบกันได้เพียง 1 เดือน ได้เดินทางไปเที่ยวด้วยกันที่ไต้หวัน และเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ฝ่ายชายได้ฆาตกรรมฝ่ายหญิงจนเสียชีวิต และได้หลบหนีกับมายังฮ่องกง จนเมื่อญาติของฝ่ายหญิงได้แจ้งความ จนฝ่ายชายได้ยอมรับสารภาพว่าได้ทำร้ายฝ่ายหญิงจนเสียชีวิตจริง แต่เมื่อเหตุเกิดที่ไต้หวัน จึงไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีที่ฮ่องกงได้ เพราะฮ่องกงและไต้หวันไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน หัวหน้าคณะผู้บริการฮ่องกง จึงได้ประกาศร่างกฎหมายการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ขึ้น

เกิดการประท้วงครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2562

ประชากรในฮ่องกงจะมีอยู่ 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกสนับสนุนให้ฮ่องกงรวมประเทศกับจีนแผ่นดินใหญ่ อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนประชาธิปไตยและต้องการให้ฮ่องกงเป็นอิสระจากจีน โดยการประท้วงในครั้งนี้คือต้องการให้ แครี หลำ ผู้บริการสูงสุดในฮ่องกง ถอนร่างกฎหมายออกจากสภาและเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะการร่างกฎหมายการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เป็นการเปิดช่องว่างให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ ที่สามารถจะเข้ามาควบคุมและแทรกแซงอำนาจการปกครองของฮ่องกง

สาเหตุที่คนฮ่องกงออกมาประท้วงเรียกร้องให้ แครี หลำ ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร เพราะว่า แครี หลำ ไม่ได้ถูกเลือกตั้งจากชาวฮ่องกงโดยตรง สิทธิในการลงคะแนนถูกจำกัดให้เฉพาะคนในแวดลงธุรกิจใหญ่และการเมืองไม่กี่กลุ่มเท่านั้น หากเฉลี่ยแล้วประชาชนชาวฮ่องกงมีอยู่ประมาณ 3.7 ล้านคน ซึ่งชาวฮ่องกงที่มีสิทธิลงคะแนนอยู่ประมาณที่ 240,000 คน นอกนั้นจะเป็นการใช้อำนาจที่มาจากการสนับสนุนจากจีน จึงทำให้ชาวฮ่องกงเกิดความไม่ไว้ใจ และไม่อยากตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่

ความรุนแรงทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความรุนแรงทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจากการต่อต้านการร่างกฎหมาย แต่บานปลายมาถึงความต้องการอยากจะมีอิสรภาพ มีผู้นำเป็นของตัวเอง การประท้วงในครั้งนั้นกินเวลาถึง 6 เดือนเต็ม และสร้างผลกระทบด้านเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมจนได้รับการบาดเจ็บ ทางฝั่งจีนเองแม้ต่างชาติจะมีการคาดเดาว่าอาจจะใช้มาตรการรุนแรงเพื่อหยุดการประท้วง แต่ก็เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น นั่นเพราะว่าฮ่องกงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ เป็นอันดับที่ 6 ของโลก ใหญ่กว่าเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งซึ่งเป็นเขตปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ จีนเองก็เลยไม่กล้าแตะต้องอะไรมากนัก

เหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงจนถึงวันนี้ ก็ยังมีการประท้วงกันอยู่เป็นรอบ ๆ และเพิ่งจะเว้นว่างหายไปเมื่อช่วงที่เกิดโควิดที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีการชุมนุมกันอีกครั้ง เราคงจะต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป ว่าความยืดเยื้อนี้จะลงเอยอย่างไร ทางรัฐบาลของฮ่องกงจะหาข้อยุติให้กับประชาชนของเขาได้หรือไม่ แต่ ณ เหตุการณ์ในวันนี้ก็ยังเบาลงไม่รุนแรงเหมือนการประท้วงในครั้งแรก

Read More
ข่าวล่าสุดวงการคาสิโน สุดยอดนักโป๊กเกอร์คว้าเงินรางวัลกว่า 20 ล้านบาท

ในวงการคาสิโนของต่างประเทศที่เป็นเรื่องถูกกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ทำให้คนธรรมดาหลาย ๆ คนผู้มีความสามารถในการเล่นพนันมีเงินมีทองได้จริง ดังข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการแข่งขันโป๊กเกอร์ที่ออสเตรเลีย ปรากฏว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งที่สามารถคว้าเงินรางวัลเมื่อเทียบเป็นเงินไทยกว่า 20 ล้านบาทเลยทีเดียว ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมาก ๆ แถมการเล่นของเขาไม่ใช่เล่นเพื่อเอาสนุกเท่านั้นแต่ยังมีเทคนิค ลูกเล่นอันแพรวพราวที่น่าสนใจจนในที่สุดก็สามารถคว้าเงินรางวัลไปครองได้สำเร็จ

คุณสามารถเริ่มฝึกทักษะการเล่นโป๊กเกอร์หรือคาสิโนออนไลน์ได้มีเว็บไซต์การพนันมากมายที่ให้บริการคาสิโนด้วยเงินจริงซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการพนันที่ดีที่สุดในเอเชียคือ SBOBET พวกเขามีใบรับรองทางกฎหมายเพื่อทำการพนันออนไลน์ดังนั้นคุณจึงสามารถ ทางเข้า sbobet และไม่ต้องกังวลเมื่อนำเงินของคุณไปไว้ในเว็บไซต์ของพวกเขา

Hossein Ensan Win Main Event

สื่อวงการคาสิโนตีข่าว สุดยอดนักโป๊กเกอร์คว้าเงินรางวัลก้อนโต

ชายคนนี้มีชื่อว่า วินเซนต์ หว่อง เป็นนักโป๊กเกอร์ชื่อดังที่คนในวงการคุ้นเคยกันดี โดยรายการล่าสุดที่เขาเข้าแข่งขันจัดเป็นรายการคาสิโนสุดยิ่งใหญ่ของประเทศออสเตรเลีย แม้ว่าวันสุดท้ายเขาต้องใช้เวลากว่า 15 ชั่วโมง จึงจะพิชิตเงินรางวัลได้สำเร็จ แต่เมื่อมองถึงความคุ้มค่ากับจำนวนเงินแล้วมันช่างสวยงามเสียเหลือเกิน โดยในการแข่งขันเมื่อถึงช่วงการแข่งขัน 3 คนสุดท้ายอันประกอบไปด้วย วินเซนต์ หว่อง, แกเร็ธ เป๊ปเปอร์ และ ง็อก ไท หวง ซี่งเมื่อเหลือ 3 คนสุดท้ายพวกเขาได้มีการพูดคุยตกลงกัน โดย หว่อง กับ หวง สามารถทำเงินได้ราว 1.318 ดอลลาร์ออสเตรเลียเท่ากัน คราวนี้เมื่อมาดูเงินที่เหลือบนหน้าตักปรากฏว่า หวง มีอยู่ 10.5 ล้าน, หว่อง 9.8 ล้าน แล่ เป๊ปเปอร์ 4.2 ล้าน เท่ากับว่า เป๊ปเปอร์ต้องออกไป

Win Big in Poker

การแข่งขันรอบสุดท้าย ลุ้นกันมันสุด ๆ

เมื่อเหลือแค่ 2 คนการแข่งขันก็ดำเนินต่อไป เป็นการเผชิญหน้ากันโดยตรงระหว่าง หว่อง กับ หวง พวกเขาใช้เวลาในการเล่นยาวนานกว่า 4 ชม. และท้ายที่สุด หว่อง ก็เป็นผู้คว้าเงินรางวัลก้อนโตไปครอง จริง ๆ แล้วการแข่งขันครั้งนี้ต้องบอกว่ามาราธอนสุด ๆ เพราะระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเล่นในเกมชิงชนะเลิศเวลาก็ปาเข้าไปเกือบรุ่งเช้าทำให้สภาพของพวกเขาไม่พร้อมที่จะสู้กันด้วยความสามารถไปได้ดีกว่านี้ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ หว่อง ได้เงินรางวัลจากการเล่นโป๊กเกอร์ ในรายการที่ใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินออสเตรเลียไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี
ทั้งหมดนี้จะเห็นได้เลยว่าการเล่นคาสิโนหากเล่นอย่างมีสติ มีเทคนิค และมีความสามารถที่มากพอทุกคนมีโอกาสจะคว้าเงินรางวัลก้อนใหญ่แบบสบายไปทั้งชีวิตได้เลย แถมยังไม่ต้องทำงานหนักเหมือนกับคนอื่น ๆ อีกด้วย ใครที่สนใจเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยการเล่นคาสิโนออนไลน์ในมือคุณก่อนเลย หากเริ่มมีความสามารถก็ค่อย ๆ พัฒนาศักยภาพของตนเองไปเรื่อย ๆ เชื่อว่าสักวันหนึ่งจะต้องก้าวไปถึงระดับโลกได้อย่างแน่นอน พร้อมด้วยเงินมหาศาลรออยู่

Read More
5 เทคนิคพาดหัวข่าวออนไลน์ดีมีคนกดอ่าน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเราแทบทุกคนล้วนใช้สื่อออนไลน์กันทั้งนั้นไม่ว่าจะ Facebook Twitter หรือ Line ฯลฯ จึงทำให้หลาย ๆ ธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจข่าวมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบนำเสนอที่นอกจากจะมีทางโทรทัศน์แล้ว ก็ยังมีแบบออนไลน์ด้วย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สร้างความน่าสนใจของข่าวออนไลน์ให้ผู้คนตัดสินใจกดอ่านคงหนีไม่พ้นการ “พาดหัวข่าว” และในวันนี้เราจึงมี 5 เทคนิคพาดหัว
ข่าวดีมีคนกดอ่านมาฝาก เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้นำไปใช้กัน

การพาดหัวข่าวคืออะไร?

Headlines

ก่อนอื่นอยากให้ทุกคนทำความเข้าใจเรื่องนี้สักนิด “การพาดหัวข่าว” คือ การทำให้ผู้อ่านรู้ถึงความสำคัญของเนื้อข่าวซึ่งจะเป็นเหมือนการสรุปประเด็นให้สั้น กระชับ แต่ได้ใจความเพื่อให้ข่าวดูน่าสนใจจนคนต้องเลือกอ่านสำนักของเรา โดย 5 เทคนิคพาดหัวข่าวดี มีดังนี้
1. กระตุ้นความอยากรู้
เทคนิคแรกของเราก็คือการกระตุ้นความอยากรู้ของผู้อ่าน หรือสิ่งที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้อ่านขณะนั้น แน่นอนว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นเรื่องที่เราอยากรู้ เราก็จะรีบกดเข้าไปอ่านในทันที
2. สร้างความขัดแย้ง
การสร้างความขัดแย้งในหัวข่าวจะทำให้ผู้อ่านค้นหาความจริงข้างในข่าว ว่าสรุปแล้วใครถูกใครผิด หรือพูดง่ายๆ ว่าผู้อ่านอาจมีคำตอบอยู่ในใจแล้วแต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร
3. กระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก
การกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก หรือ “สร้างดราม่า” เช่น เด็กร้องไห้ แม่ดีใจเจอลูกชาย ฯลฯ จะสร้างความน่าสนใจให้กับเนื้อข่าว ทำให้อยากรู้เรื่องราว ความเป็นมามันมันเกิดอะไรขึ้น แล้วบทสรุปเป็นอย่างไร เพราะโดยส่วนใหญ่ข่าวที่กระตุ้นความรู้สึก อารมณ์จะมีผู้อ่านสนใจมากที่สุด
4. ให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน
การพาดหัวข่าวเทคนิคต่อมาก็คือพาดเชิงให้ประโยชน์แก่ผู้อ่าน เพื่อสร้างความอยากรู้ว่าเรื่องนั้นๆ ดีมีประโยชน์อย่างไร ซึ่งการอ้างอิงผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเข้าไปด้วยจะยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับข่าว ผู้อ่านก็จะยิ่งตัดสินใจกดเข้าไปอ่านง่ายขึ้น
5. อ้างอิงเหตุการณ์ หรือสิ่งที่เป็นกระแสในขณะนั้น
การพาดหัวข่าวแบบนี้ก็คือการใช้เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่มีการถูกพูดถึงในขณะนั้นมาเขียนเป็นข่าวเพื่อลำดับเรื่องราวไว้ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาอ่าน เช่น โซเชียลแชร์รูปสุนัข อ.ศรีราชา มีหางเล็กๆ 1 หางงอกออกมาที่หัวเยอะมาก เราก็ไปสัมภาษณ์คนเลี้ยง ซึ่งการพาดหัวก็จะอิงเหตุการณ์ เช่น โซเชียลแชร์สนั่น สุนัขมีหางงอกบนหัว เจ้าของเป็นห่วงนำไปพบสัตวแพทย์แล้ว เป็นต้น
อย่างไรก็ดีการพาดหัวข่าวจะต้องอยู่บนพื้นฐานจรรยาบรรณสื่อ ไม่สร้างความเข้าใจผิดใด ๆ ให้กับผู้อ่าน เพราะสื่อจัดเป็นช่องทางที่เผยแพร่ความจริงสู่สาธารณะ

Read More
“แหล่งข่าว” ที่มาของข้อมูลที่เราต้องทำความเข้าใจ

กว่าจะมาเป็นข่าวข่าวหนึ่งที่เราเห็นกันอยู่ได้นั้น “แหล่งข่าว” เรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างมาก เพราะนั่นคือที่มาของข้อมูลทั้งหมดผ่านตัวบุคคล เอกสาร และอื่น ๆ อีกมากที่โดยทั่วไปก็จะเป็นข้อมูลที่มีข้อเท็จจริง แต่หากใครที่มีข้อสงสัยและอยากทำความความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของแหล่งข่าว ชนิดของแหล่งข่าวให้มากขึ้น บทความนี้ช่วยคุณได้แน่นอน เพราะเราได้รวบรวมคำตอบมาคลายข้อสงสัยของคุณแล้ว

News Sources

“แหล่งข่าว” สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ

“แหล่งข่าว” คือ ที่มาของข้อมูลซึ่งแหล่งข่าวนั้นมีตั้งแต่บุคคล เอกสารประเภทต่าง ๆ (ปัจจุบันอาจหมายรวมถึงเอกสารออนไลน์) ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ในประเด็นที่นักข่าวต้องการโดยจะเน้นไปที่ข้อเท็จจริง หรือมีหลักฐานมานำเสนอร่วมเสมอเพื่อนำข้อมูลและรูปหลักฐานที่ได้ไปทำข่าว หรือเขียนข่าวเผยแพร่สู่สาธารณะ ก็จะทำให้ได้ข้อมูลที่ตรงประเด็น ชัดเจนนั่นเอง

ลักษณะของแหล่งข่าวมีอะไรบ้าง?

ลักษณะของแหล่งข่าวที่ต้องพึงตระหนักมีด้วยกัน 2 ลักษณะใหญ่ ๆ คือ แหล่งข่าวเปิด และแหล่งข่าวปิด
– แหล่งข่าวเปิด บุคคลหรือผู้ให้ข้อมูลสามารถเปิดตัวต่อสาธารณะได้ (พร้อมเปิดตัวมาก) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าวที่ไม่เกิดความเสียหาย หรือเป็นอันตรายต่อให้ให้ข่าว เช่น ข้อมูลจากการประชุม การสัมมนา การอภิปราย หรือการแถลงข่าว ฯลฯ
– แหล่งข่าวปิด แน่นอนว่าบุคคลหรือผู้ให้ข้อมูลไม่พร้อมเปิดเผยตัวตน ชื่อ ที่อยู่ อาชีพต่อสาธารณะใด ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข่าวที่อาจทำให้เกิดความเสียหาย อันตรายหากรู้ว่าใครเป็นคนให้ข้อมูล แหล่งข่าวปิดมักเป็นผู้ให้เบาะแส ที่ได้หรือเสียผลประโยชน์ รวมถึงต้นตอของเรื่องราว การให้เครดิตก็จะให้พูดถึงประมาณว่าแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ หรือแหล่งข่าวผู้ใกล้ชิด

ชนิดของแหล่งข่าวที่ควรรู้

1. แหล่งข่าวพิเศษ ผู้เห็นเหตุการณ์ทันที หรือมีความสนิทกับนักข่าวเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวดในแหล่งข่าวประเภทนี้
2. แหล่งข่าวประจำ เป็นแหล่งข่าวที่ติดตามข่าวสารมานำเสนออยู่เป็นประจำ เป็นระยะ อย่างกระทรวง ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ฯลฯ ส่วนใหญ่กองบรรณาธิการข่าวจะมอบหมายให้ไปทำ
3. แหล่งข่าวจากสิ่งตีพิมพ์ เป็นแหล่งข่าวที่หาเอง หรือได้รับมาซึ่งจะถูกตีพิมพ์ตามแผ่นประกาศ ใบปลิว แถงการณ์ วารสาร หรือนิตยสาร และอื่น ๆ
4. แหล่งข่าวจากองค์การข่าว แหล่งข่าวประเภทนี้จะมีไว้เพื่อขายข่าวให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะเป็นองค์การข่าวที่จัดตั้งขึ้นอยู่แล้ว
แหล่งข่าวไม่ว่าจะมาจากที่ใดล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเราในฐานะสื่อก็ต้องให้ความเป็นส่วนตัวด้วยในกรณีที่แหล่งข่าวร้องขอ เพื่อสร้างความปลอดภัย ไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนในอนาคตนั่นเอง ทั้งนี้ การทำข่าวไม่ว่าจะเป็นข่าวใดก็ตามจะต้องได้ข้อมูลที่เป็นจริงเท่านั้น รวมถึงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานจรรยาบรรณสื่อที่ดีด้วย

Read More
เช็คข่าวฟุตบอลให้ดีเสมอ ก่อนตัดสินใจแทงบอลออนไลน์ เป้าหมายอยู่ไม่ไกล

หนึ่งในเหตุผลที่หลาย ๆ คนชื่นชอบการแทงบอลออนไลน์มากนั่นเพราะมีช่องทาง มีโอกาสดี ๆ ในการแทงพนันให้เข้าเป้าได้จริง สาเหตุมาจากการเล่นเดิมพันประเภทนี้นักพนันจะสามารถเช็คข้อมูลต่าง ๆ ได้ก่อนบอลลงเตะเสมอ เช่น นักเตะที่ลงสนาม, อาการบาดเจ็บ, ความพร้อมล่าสุด, สภาพสนาม และอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่แปลกที่มักเห็นว่านักเดิมพันที่แทงบอลออนไลน์จะแทงได้เข้าเป้าแม่นยำบ่อย ๆ ยิ่งใครเป็นคนดูบอลอยู่แล้วหากเช็คข่าวบอลเป็นประจำบอกเลยว่ายังไงก็มีสิทธิ์รวยง่าย ๆ

Football News Today

เช็คข่าวบอลผ่านช่องทางไหนได้บ้าง

ในยุคนี้การสื่อสารต่าง ๆ ไปอย่างรวดเร็ว นักพนันบอลทุกคนสามารถเช็คข่าวสารต่าง ๆ ได้หลากหลายช่องทาง หากยังนึกถึงความคลาสสิกก็ต้องเป็นหนังสือพิมพ์กีฬาที่ให้ข้อมูลเจาะลึก ละเอียด ครบถ้วน แต่จะไม่รวดเร็ว ไม่อัพเดทเท่าไหร่นัก ส่วนสื่อทางทีวีก็นับว่าไม่น้อยเกินไป ทางด้านสื่อวิทยุก็ยังได้เปรียบพอสมควรแต่ก็มีข้อจำกัดอันหลากหลาย ดังนั้นช่องทางที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากได้ข่าวบอลอัพเดทแบบรวดเร็วทันใจคงหนีไม่พ้นช่องทางเว็บไซต์ แต่ไม่ใช่จะเลือกเว็บไซต์ไหนก็ได้ เพราะควรเป็นเว็บที่มีความน่าเชื่อถือสูง บรรดาเว็บแทงบอลต่าง ๆ ซึ่งจะให้ข้อมูล ข่าวสารความเคลื่อนไหวทุกอย่างดูมีรายละเอียดชัดเจน ตรวจสอบได้ ข่าวคราวมีการอัพเดทอยู่เสมอ เรียกว่าแค่หยิบมือถือหรือเปิดคอมพิวเตอร์ก็เช็คข่าวต่าง ๆ ได้ตามต้องการแล้ว

เมื่อเช็คข่าวเรียบร้อยก็เริ่มแทงบอลกันได้เลย

Football Statistic

เช็คข่าวฟุตบอลให้ดีเสมอ ก่อนตัดสินใจแทงบอลออนไลน์ เป้าหมายอยู่ไม่ไกลอย่างที่บอกว่าการเช็คข่าวต่าง ๆ ผ่านเว็บแทงบอลยังมีข้อดีอีกเรื่องนั่นคือ เมื่อมั่นใจว่าควรเลือกแทงคู่ไหนดีก็จัดการแทงกับเว็บแทงบอลดังกล่าวได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาในการออกไปเว็บอื่น ๆ ให้ยุ่งยาก หาข่าวสารข้อมูลทีเดียวเสร็จแล้วก็แทงบอลเพื่อรอรับเงินทีเดียวไปเลยจบ วิธีนี้คือช่องทางดี ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการรวยให้คุณได้มากกว่าเดิม ไม่ต้องคิดหรือกังวลใจอะไรมากเกินไป แค่เริ่มต้นอย่างมั่นใจด้วยการเช็คข่าว เช็คราคาบอล ดูสถิติต่าง ๆ เท่านี้ก็พอการันตีได้ในระดับหนึ่งแล้วว่านักแทงบอลทุกคนจะมีโอกาสแทงได้อย่างเข้าเป้า แม่นยำ และมีเงินใช้ชัวร์ ใครก็ตามที่ยังไม่มั่นใจว่าการเช็คข่าวสารฟุตบอลจะเริ่มจากตรงไหนดี ลองเข้าไปตามเว็บแทงบอลต่าง ๆ จะทำให้คุณรู้เลยว่านี่คือช่องทางที่ดีที่สุดในการแทงบอลให้แม่นยำ เข้าเป้า รวยเร็วทันใจ ไม่ต้องเสียเวลาในการลุ้นให้มากเกินไป เมื่อแทงเรียบร้อยก็รอรับเงินชิลล์ ๆ ของตนเองได้เลย

Read More
ผู้ประกาศมือใหม่อ่านข่าวอย่างไรให้น่าฟัง

อีกหนึ่งบุคลากรที่สำคัญในการเผยแพร่ข่าวสารไม่ว่าจะทางโทรทัศน์ หรือตามไลฟ์สดเฟซบุ๊กก็คือ “ผู้ประกาศ” ซึ่งคุณสมบัติของผู้ประกาศที่ดีก็มีตั้งแต่บุคลิก ท่าทาง การแต่งกายไปจนถึงการใช้เสียงประกาศให้ถูกต้อง และสำหรับใครที่เพิ่งเคยประกาศข่าว หรือพูดง่าย ๆ ว่าเป็นผู้กาศมือใหม่แล้วอยากศึกษาเกี่ยวกับเทคนิคการอ่านข่าวอย่างไรให้น่าฟัง ก็สามารถมาศึกษากันได้ผ่านบทความนี้

หน้าที่ของผู้ประกาศข่าว

หน้าที่ของผู้ประกาศข่าว คือ การเผยแพร่ หรือแจ้งข่าวสารที่ต้องมีความแม่นยำ ถูกต้องของเนื้อข่าว เรื่องราวนั้น ๆ ให้ประชาชนได้รับรู้ เสมือนเป็นการบอกเล่าความเคลื่อนไหวในสังคมว่าขณะนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งในปัจจุบันไม่เพียงแต่ออกอากาศอยู่ทางโทรทัศน์เท่านั้น บางสำนักก็มีการออกอากาศผ่านทางอินเทอร์เน็ตควบคู่ไปด้วย

อ่านข่าวอย่างไรให้น่าฟัง?

1. ออกเสียงให้ชัดเจน

สิ่งแรกที่อยากแนะนำคือการออกเสียงไม่ว่าจะพยัญชนะ สระ หรือตัวสะกดให้ชัดเจน คำควบกล้ำต่างๆ ร เรือ ล ลิง เพราะในบางครั้งหากออกเสียงผิด ความหมายก็ผิดเพี้ยนตามไปด้วยเลย เช่น รัก แต่ออกเสียงเป็น ลัก ก็เพื่อสร้างความเข้าใจมากกว่าสร้างความสับสนให้แก่ผู้ฟัง

2. ควบคุมน้ำเสียงให้น่าฟังอยู่เสมอ

สิ่งต่อมาเมื่อเราออกเสียงชัดเจนแล้ว การควบคุมน้ำเสียงให้น่าฟังก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งการควบคุมน้ำเสียงหมายถึงการลงน้ำหนักคำที่อยู่ในเกณฑ์พอดี เต็มคำ ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป รวมถึงพยายามพูดให้มีความดังอยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย

3. แบ่งจังหวะขณะอ่านให้ดี

จริง ๆ แล้วจังหวะการอ่านไม่มีกำหนดตายตัวว่าช่วงใดอ่านเร็ว ช่วงใดอ่านช้า อยู่ที่ตัวเราจะตัดสินใจเอง แต่สิ่งที่แนะนำได้คือเราจะต้องไม่พูดเร็ว เพราะผู้ชมอาจฟังไม่ทัน และก็ไม่ควรพูดช้าเกินไปด้วย เพราะอาจทำให้น่าเบื่อ ข่าวดูไม่น่าสนใจไม่มีอะไรตื่นเต้น ซึ่งเราควรควบคุมจังหวะ แบ่งจังหวะคำให้เหมาะกับสิ่งที่นำเสนอ

4. ต้องมีลีลาในการใช้เสียง

ลีลาที่ว่านี้ก็คือการรู้และถ่ายทอดน้ำเสียงออกมาให้เหมาะสมว่าช่วงไหนควรลงเสียงหนัก ช่วงไหนควรจริงจัง ช่วงไหนควรผ่อนคลายเป็นกันเอง ฯลฯ สิ่งสำคัญไม่ว่าจะให้ลีลาอย่างไรต้องมีความเป็นธรรมชาติด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ชมรู้สึกเกร็งตาม

5. สร้างความมีชีวิตชีวา

สุดท้ายคือการเปล่งเสียงที่สร้างความกระตือรือร้น สดใส ใส่ความมีชีวิตชีวา ควรยิ้มบ้างเพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น ไม่เครียด แต่ทั้งนี้หากเป็นเรื่องราวที่เศร้าก็ควรใช้น้ำเสียงและสีหน้าที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน และนี่ก็คือเทคนิคการอ่านข่าวให้น่าฟังสำหรับผู้ประกาศมือใหม่ที่เราได้นำมาให้ศึกษากัน ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

Read More