1 ประเทศ 2 ระบบ กับความไม่สงบในฮ่องกง

ใครที่ได้ติดตามข่าวต่างประเทศเมื่อประมาณปี 2562 คงจะพอทราบความวุ่นวายในประเทศฮ่องกง ที่เกิดการประท้วงใหญ่ขึ้นของประชาชนภายในประเทศ จนเป็นข่าวดัง และยืดเยื้อจนเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน ในครั้งนั้นเหล่าผู้ชุมนุมได้ไปรวมตัวกันที่ท่าอากาศยานฮ่องกง จนได้รับผลกระทบคือต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินจนเกือบทั้งหมดทุกเที่ยวบิน และพลอยทำให้เกิดเหตุการณ์มีนักท่องเที่ยวติดอยู่ในสนามบินเป็นจำนวนมาก รวมถึงคนไทยที่เดินทางไปที่ฮ่องกงด้วย เรามาเท้าความกันอีกครั้ง ว่าต้นเหตุของความไม่สงบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และทำไมสถานการณ์ถึงได้บานปลายกันขนาดนี้

1-ประเทศ-2-ระบบ-กับความไม่สงบในฮ่องกง

สาเหตุมาจากคดีฆาตกรรม

สืบเนื่องมาจากได้มีคู่รักชาวฮ่องกงคู่หนึ่ง ที่เพิ่งคบกันได้เพียง 1 เดือน ได้เดินทางไปเที่ยวด้วยกันที่ไต้หวัน และเกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง ฝ่ายชายได้ฆาตกรรมฝ่ายหญิงจนเสียชีวิต และได้หลบหนีกับมายังฮ่องกง จนเมื่อญาติของฝ่ายหญิงได้แจ้งความ จนฝ่ายชายได้ยอมรับสารภาพว่าได้ทำร้ายฝ่ายหญิงจนเสียชีวิตจริง แต่เมื่อเหตุเกิดที่ไต้หวัน จึงไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีที่ฮ่องกงได้ เพราะฮ่องกงและไต้หวันไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน หัวหน้าคณะผู้บริการฮ่องกง จึงได้ประกาศร่างกฎหมายการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างฮ่องกงกับจีนแผ่นดินใหญ่ขึ้น

เกิดการประท้วงครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2562

ประชากรในฮ่องกงจะมีอยู่ 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกสนับสนุนให้ฮ่องกงรวมประเทศกับจีนแผ่นดินใหญ่ อีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนประชาธิปไตยและต้องการให้ฮ่องกงเป็นอิสระจากจีน โดยการประท้วงในครั้งนี้คือต้องการให้ แครี หลำ ผู้บริการสูงสุดในฮ่องกง ถอนร่างกฎหมายออกจากสภาและเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง เพราะการร่างกฎหมายการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เป็นการเปิดช่องว่างให้กับจีนแผ่นดินใหญ่ ที่สามารถจะเข้ามาควบคุมและแทรกแซงอำนาจการปกครองของฮ่องกง

สาเหตุที่คนฮ่องกงออกมาประท้วงเรียกร้องให้ แครี หลำ ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร เพราะว่า แครี หลำ ไม่ได้ถูกเลือกตั้งจากชาวฮ่องกงโดยตรง สิทธิในการลงคะแนนถูกจำกัดให้เฉพาะคนในแวดลงธุรกิจใหญ่และการเมืองไม่กี่กลุ่มเท่านั้น หากเฉลี่ยแล้วประชาชนชาวฮ่องกงมีอยู่ประมาณ 3.7 ล้านคน ซึ่งชาวฮ่องกงที่มีสิทธิลงคะแนนอยู่ประมาณที่ 240,000 คน นอกนั้นจะเป็นการใช้อำนาจที่มาจากการสนับสนุนจากจีน จึงทำให้ชาวฮ่องกงเกิดความไม่ไว้ใจ และไม่อยากตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่

ความรุนแรงทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความรุนแรงทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจากการต่อต้านการร่างกฎหมาย แต่บานปลายมาถึงความต้องการอยากจะมีอิสรภาพ มีผู้นำเป็นของตัวเอง การประท้วงในครั้งนั้นกินเวลาถึง 6 เดือนเต็ม และสร้างผลกระทบด้านเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมจนได้รับการบาดเจ็บ ทางฝั่งจีนเองแม้ต่างชาติจะมีการคาดเดาว่าอาจจะใช้มาตรการรุนแรงเพื่อหยุดการประท้วง แต่ก็เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น นั่นเพราะว่าฮ่องกงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ เป็นอันดับที่ 6 ของโลก ใหญ่กว่าเซี่ยงไฮ้และปักกิ่งซึ่งเป็นเขตปกครองของจีนแผ่นดินใหญ่ จีนเองก็เลยไม่กล้าแตะต้องอะไรมากนัก

เหตุการณ์ความไม่สงบในฮ่องกงจนถึงวันนี้ ก็ยังมีการประท้วงกันอยู่เป็นรอบ ๆ และเพิ่งจะเว้นว่างหายไปเมื่อช่วงที่เกิดโควิดที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีการชุมนุมกันอีกครั้ง เราคงจะต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป ว่าความยืดเยื้อนี้จะลงเอยอย่างไร ทางรัฐบาลของฮ่องกงจะหาข้อยุติให้กับประชาชนของเขาได้หรือไม่ แต่ ณ เหตุการณ์ในวันนี้ก็ยังเบาลงไม่รุนแรงเหมือนการประท้วงในครั้งแรก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *